วันพุธที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2556

การเลือกตั้งนายกรัฐมนตรีประเทศมาเลเซีย


ประเทศมาเลเซียจัดการเลือกตั้งทั่วไปขึ้นเมื่อวันที่ พฤษภาคม 2556  หลังนายกรัฐมนตรีประกาศยุบสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่ 3เมษายน  2556 โดยมีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และสมาชิกสภานิติบัญญัติรัฐ 12  จาก 13 รัฐ (ยกเว้นรัฐซาราวักหลังธรรมเนียมปฏิบัติที่เริ่มตั้งแต่ปี 2547 ให้จัดการเลือกตั้งเหล่านี้พร้อมกันประเทศมาเลเซียจัดการเลือกตั้งทั่วไปขึ้นเมื่อวันที่ 5พฤษภาคม 2556  หลังนายกรัฐมนตรีประกาศยุบสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่ เมษายน  2556 โดยมีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และสมาชิกสภานิติบัญญัติรัฐ 12  จาก 13 รัฐ (ยกเว้นรัฐซาราวักหลังธรรมเนียมปฏิบัติที่เริ่มตั้งแต่ปี 2547 ให้จัดการเลือกตั้งเหล่านี้พร้อมกัน  
นายกรัฐมนตรีนาจิ๊บ ราซัค ผู้นำพรรคแนวร่วมแห่งชาติวิงวอนฝ่ายค้านยอมีรับผลการเลือกตั้งเดินหน้าสร้างความปรองดอง หลังคว้าชัยชนะในศึกเลือกตั้ง

นายกรัฐมนตรีนาจิ๊บวิงวอนให้พรรคร่วมฝ่ายค้านยอมรับผลการเลือกตั้งเพื่อนำพาประเทศไปสู่ความปรองดองและแสดงให้โลกเห็นว่ามาเลเซียมีความเป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริง 
 ประชาชนชาวมาเลเซียรอคอยผลการเลือกตั้งครั้งนี้ นับตั้งแต่การเลือกตั้งเมื่อปี 2551 เป็น ต้นมา เพราะพรรคฝ่ายค้านสามารถผนึกกำลังต่อสู้กับพรรคพันธมิตรฝ่ายรัฐบาล ซึ่งกุมอำนาจรัฐมาโดยตลอด นับตั้งแต่มาเลเซียได้รับเอกราชเมื่อปี 2500 เป็นต้นมา
การเลือกตั้งนายกรัฐมนตรีประเทศมาเลเซีย

คณะกรรมการเลือกตั้งมาเลเซียเผย พรรคแนวร่วมรัฐบาลชนะการเลือกตั้งทั่วไป โดยได้เก้าอี้ในสภาทั้งสิ้น 133 ที่นั่ง ขณะที่ฝ่ายค้านไม่ยอมรับผล และโจมตีว่าการเลือกตั้งไม่โปร่งใส...

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ 6 พ.ค. ว่า พรรคแนวร่วม 'บาริซาน เนชันแนล' (บีเอ็น) ของมาเลเซีย ซึ่งนำโดยพรรคอัมโนของนายกรัฐมนตรี นาจิบ ราซัค ชนะการเลือกตั้งทั่วไปที่จัดขึ้นเมื่อวันที่ 5 พ.ค. เอาชนะพรรคฝ่ายค้านของนาย อันวาร์ อิบราฮิม และได้ปกครองประเทศต่อไปอีก 5 ปี

การเลือกตั้งเมื่อวันที่ 5 พ.ค. มีผู้ออกมาใช้สิทธิ์ราว 80% ซึ่งมากที่สุดในประวัติศาสตร์การเลือกตั้งของประเทศ โดยคณะกรรมการการเลือกตั้งมาเลเซียประกาศผลการเลือกตั้งในวันนี้ (6 พ.ค.) ว่า พรรคบีเอ็นชนะการเลือกตั้ง และได้เก้าอี้ในสภา 133 ที่นั่ง จากทั้งหมด 222 ขณะที่กลุ่ม ปากาตัน รักเกียต (พีอาร์) แนวร่วมฝ่ายค้าน ได้ไปเพียง 89 ที่นั่ง 

ในเวลาต่อมานายนาจิบ วัย 59 ปี ซึ่งจะได้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีปกครองมาเลเซียต่ออีก 5 ปี ออกมาเรียกร้องให้ประชาชนมาเลเซียยอมรับผลการเลือกตั้งที่ออกมา เพื่อแสดงให้โลกเห็นว่า มาเลเซียเป็นประเทศประชาธิปไตยที่บรรลุนิติภาวะแล้ว


ด้านนายอันวาร์ อิบราฮิม ประกาศไม่ยอมรับความพ่ายแพ้ และกล่าวหาว่า มีการโกงการเลือกตั้งอย่างกว้างขวาง เช่น การออกค่าเดินทางผู้สนับสนุนให้ไปใช้สิทธิ์ในรัฐสำคัญ และกรณีน้ำหมึกลบไม่ออกที่ใช้สำหรับประทับนิ้วมือผู้ใช้สิทธิ์แล้ว แท้จริงลบออกง่ายมาก และอาจส่งผลให้เกิดการสวมสิทธิ์เลือกตั้งได้ แต่รัฐบาลปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา

ทั้งนี้ ชัยชนะของพรรคอัมโนถือเป็นครั้งที่ 15 หลังผูกขาดอำนาจมายาวนานถึง 56 ปี นับตั้งแต่ประกาศเอกราชจากอังกฤษเมื่อปี 2500.